• ธาดาคลินิกเวชกรรม

ริ้วรอย



เมื่ออายุมากขึ้นผิวของเราจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และปัญหาที่ตามมาก็คงหนีไม่พ้น “ริ้วรอยบนใบหน้า” ซึ่งริ้วรอยบนใบหน้านั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การแสดงอารมณ์ทางสีหน้า การยิ้ม การหัวเราะ การดีใจ หรือเสียใจ แต่สาเหตุเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งในการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าเท่านั้น เพราะสาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดจาก...


สาเหตุ

“ริ้วรอยแบบตื้น” เป็นริ้วรอยบนใบหน้าเกิดจากเส้นใยคอลลาเจน (Collagen) และเส้นอีลาสติน (Elastin) เสื่อมสภาพลง ส่วน “ริ้วรอยแบบร่องลึก” เกิดจากการที่กล้ามเนื้ออยู่ในภาวะเครียด คือ กล้ามเนื้อเกิดการหดตัว เช่น เวลาตกใจ เสียใจ หรือเวลาแสดงอารมณ์ทางสีหน้าต่างๆ โดยริ้วรอยทั้งสองแบบมีวิธีการดูแลรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้


1.การรักษาริ้วรอยแบบตื้น

ควรเลือกใช้เวชสำอางในการบำรุงผิว ที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน (Collagen) และเส้นใยยืดหยุ่น (Elastin) ในชั้นผิวเป็นหลัก เช่น

  • วิตามินซี: ช่วยสร้างเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิว ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น

  • สารสกัดจากทะเลแอนตาร์กติก: ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างเส้นใยคอลลาเจน เส้นอีลาสติน และช่วยให้ผิวคงความชุ่มชื้น

  • สารกลุ่มเปปไทด์ เช่น กรดอะมิโน (Amino Acid): ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ กระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนในชั้นผิว ทำให้ริ้วรอยจางลง

  • เบต้ากลูแคน: กระตุ้นการสร้างเส้นใยคอลลาเจน พร้อมคืนความยืดหยุ่นให้ผิวดูอ่อนเยาว์



2. การรักษาริ้วรอยแบบลึก

การใช้เวชสำอางบางครั้งอาจไม่ช่วยแก้ไขริ้วรอยแบบลึกได้ ซึ่งการแก้ไขมักนิยมฉีดสารคลายการหดตัวของกล้ามเนื้อ เพื่อให้ริ้วรอยดูจางลง เช่น

  • ฉีดโบท็อกซ์หรือโบทูลินั่มท็อกซิน เพื่อรักษาริ้วรอยบริเวณต่างๆ ทั้งริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ริ้วรอยระหว่างคิ้ว และรอยบุ๋มใต้คาง เป็นต้น แต่การฉีดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก ไม่ควรฉีดพร้อมกับการฉีดบริเวณระหว่างคิ้ว เพราะอาจทำให้คิ้วตกได้

  • ส่วนการฉีดโบท็อกซ์บริเวณร่องแก้มลึกอาจใช้ไม่ได้ผล ต้องใช้สาร HA หรือ ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือเป็นที่รู้จักในนามของ Filler เพื่อเติมเต็มร่องแก้มลึก