• ธาดาคลินิกเวชกรรม

Keloid (คีลอยด์)


คีลอยด์ คือแผลเป็นชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นแผลนูน มีขนาดใหญ่กว่ารอยแผลเดิม ผิวเป็นมันเงา อาจมีสีแดง หรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำหรือสีซีดลง เกิดขึ้นหลังผ่าตัด หรือหลังการเกิดบาดแผล และอาจรู้สึกเจ็บ คัน หรือระคายเคือง

สาเหตุ

เกิดจากความผิดปกติของกระบวนการสมานแผลของร่างกาย โดยปกติร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อและ

คอลลาเจนเพื่อซ่อมแซมบาดแผล แต่แผลเป็นคีลอยด์เกิดการเจริญที่ผิดปกติของเส้นใยคอลลาเจนหรือมีการสร้างมากเกิน ทำให้ขอบเขตของแผลเป็นนูนขยายออกไปเรื่อยๆ มีขนาดใหญ่กว่ารอยแผลเดิม สามารถเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย แต่มักเกิดขึ้นบริเวณหน้าอก หัวไหล่ หลัง และติ่งหู


การรักษา

1. การฉีดเสตียรอยด์ (Intralesional corticosteroid)

ฉีดสเตียรอยด์บริเวณที่เป็นแผลเป็นคีลอยด์โดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด โดยฉีดต่อเนื่อง

ทุก 2 – 4 สัปดาห์ ติดต่อกัน 1 – 5 ครั้งขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแผลเป็น


2. การทำเลเซอร์ (Laser therapy) เช่น IPL (Intense Pulsed Light)

มีความปลอดภัย ไม่เจ็บมาก ทำให้แผลแดงน้อยลง แผลเป็นมีขนาดเล็กลง วิธีนี้อาจต้องใช้เวลา

และการดูแลรักษา และต้องมารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง


3. ฟลูออโรยูราซิล (5 F.U)

เนื่องจากคีลอยด์แบ่งตัวเร็วแบบเซลล์มะเร็ง สามารถใช้ฟลูออโรยูราซิลซึ่งเป็นยารักษามะเร็งฉีด

เพื่อรักษาแผลเป็น ควรใช้ร่วมกับสเตียรอยด์ทำให้ได้ผลการรักษาดีและเร็วขึ้น


4. การฉายรังสี (Radio therapy)

เพื่อป้องกันไม่ให้แผลเป็นนูนมากขึ้น ได้ผลพอสมควรในการรักษาคีลอยด์ แต่แพทย์ไม่นิยมหรือ

ไม่แนะนำในการรักษา


5. การผ่าตัด

เป็นวิธีการตัดแผลออกหรือลดขนาดของแผลเป็นให้เล็กลง ใช้ในกรณีแผลเป็นใช้วิธีการรักษาด้วยวิธี

ข้างต้นไม่ได้ผลหรือมีปัญหาดึงรั้ง แต่อาจเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นนูนใหม่ และใหญ่กว่าเดิม